วงการลูกหนังโลกแย่

วงการลูกหนังโลกแย่ โควิด-19 ทำเศรษฐกิจของโลก พังอย่างหนัก

วงการลูกหนังโลกแย่ เจอปัญหาหลังจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของโลกนั้นเจอปัญหาอย่างหนัก เมื่อหลายสโมสรก็ได้รับผลกระทบเรื่องรายได้ โดยเฉพาะไม่ให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้ ทำให้เกือบทุกสโมสรได้รับผลกระทบตรงๆ เนื่องจากนอกจากค่าตั๋วแล้ว ก็ยังมีรายได้จากการขายของที่ระลึกอีกมากมาย ไหนจะค่ากินในสนามฟุตบอลอีก ซึ่งพอไม่มีแฟนเข้าชม ทำให้สโมสรได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ

วงการลูกหนังโลกแย่

แต่ก็มีอยู่สโมสรหนึ่งที่ไม่น่าจะได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์นี้สักเท่าไร คาดว่าแฟนบอลก็น่าจะพอเดาออกว่าเป็นทีมไหน
นั่นก็คือ “สิงห์บลู” เชลซี ทีมอันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก ที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้

ดูได้จากการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “สิงห์บลู” ที่ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซี ควักเงินช็อปปิ้งซื้อนักเตะมาเสริมทัพไปแล้วกว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,800 ล้านบาท)

คิดว่า “เสี่ยหมี” น่าจะคับแค้นใจหลังซัมเมอร์ที่แล้ว เชลซีโดนแบนจากตลาดซื้อขายนักเตะ เนื่องจากทำผิดกฎการซื้อขายในตลาดนักเตะด้วยการคว้าตัวนักเตะมาร่วมทีมทั้งที่แข้งเหล่านั้นอายุไม่ถึงเกณฑ์

ทำให้ปีนี้ “สิงห์บลู” จัดหนักดึงนักเตะมาร่วมทีมไปแล้ว 7 รายประกอบด้วย ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, มาล็อง ซาร์, ซาเวียร์ เอ็มบูยัมบา, ติอาโก ซิลวา และล่าสุดจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,796 ล้านบาท) เพื่อกระชากไค ฮาเวิร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนีของเลเวอร์คูเซน มาร่วมก๊วนหมาดๆ

ตามรายชื่อที่กล่าวส่วนใหญ่เป็นนักเตะเกรดเอ ที่บรรดาทีมต่างๆ ในยุโรปอยากได้ไปร่วมก๊วนทั้งนั้น

มองจากรายชื่อทั้ง 7 มารวมกับบรรดาดาวดังของ “สิงห์บลู” ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียน พูลิซิช, แทมมี อับราฮัม, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ก็ไม่เป็นรองทีมไหนในพรีเมียร์ลีกเช่นกัน

เสริมทัพจัดหนักขนาดนี้บอกได้เลยว่าปีนี้ “เสี่ยหมี” มีเป้าหมายเดียวคือแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น

ถ้ากวาดตามองคู่แข่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล (แชมป์เก่า), แมนฯซิตี้ (รองแชมป์) และแมนฯยู (อันดับ 3) ถือว่าขุมกำลังของ “สิงห์บลู” ไม่ได้ด้อยไปกว่าทั้ง 3 ทีมเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่งานนี้คนที่รับบทหนักที่สุดคงไม่พ้น แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือชาวผู้ดีที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนทีมไปสู่เป้าหมายให้ได้
บอกได้เลยว่าเหนื่อยแน่นอน เรื่องขุมกำลังอย่างที่บอก “สิงห์บลู” สู้ได้แน่

โดยประสบการณ์ในการคุมทีมและการแก้ปัญหาข้างสนามของ “แลมพ์” ถ้าเทียบแล้วยังเป็นรองเจอร์เกน คลอปป์ (ลิเวอร์พูล) และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (แมนฯซิตี้) อยู่หลายช่วงตัว

แม้กระทั่งโอเล กุนนาร์ โซลชา (แมนฯยู) นั้น แลมพ์ยังคุมทีมห่างกันอยู่หลายปีเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่แลมพาร์ดทำให้เห็นเมื่อซีซันที่แล้วก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ต้องมาตามดูกันอีกทีว่าผลงานของ “แลมพ์” ใน 10 นัดแรกเป็นอย่างไรบ้าง

ถ้าหากยังอยู่ในหนทางลุ้นแชมป์ก็รอดตัวไป แต่ผลงานไม่เข้าเป้าก็มีโอกาสที่จะโดนเด้งค่อนข้างสูง

เพราะเมื่อ “เสี่ยหมี” ลงทุนมากขนาดนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมามันต้องคุ้มค่า!!

บอกตามตรงว่าเหนื่อยแทน “แลมพ์” จริงๆ.

 

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ที่ ufabetmonkey.com

ขอบคุณข่าวสารจาก www.thairath.co.th

 

By new